หลายคนอาจเข้าใจว่า “ไข้” เป็นอาการธรรมดาที่หายได้เอง แต่รู้ไหมว่าในบางกรณี ไข้ที่ดูไม่รุนแรงอาจกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่คุกคามชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หนึ่งในโรคที่มีลักษณะเช่นนั้นคือ โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) โรคติดต่อร้ายแรงที่ต้องรู้จักและป้องกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและวัยรุ่น
โรคไข้กาฬหลังแอ่นคืออะไร?
โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อรุนแรงในระบบประสาทและเลือด ได้แก่
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) การอักเสบของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดความเสียหายของสมองอย่างถาวร หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
- ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemia) เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ความดันโลหิตตก และอวัยวะล้มเหลวอย่างเฉียบพลัน
โรคนี้มักมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไปในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่ทันระวังและเข้ารับการรักษาช้า ซึ่งอาจสายเกินไป
โรคไข้กาฬหลังแอ่น ติดต่อได้อย่างไร?
เชื้อ Neisseria meningitidis มีทั้งหมด 13 ชนิดย่อย แต่ที่พบว่าเป็นสาเหตุของโรคในคนมากที่สุดคือชนิด A, B, C, W, X และ Y ซึ่งเชื้อ Neisseria meningitidis สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่าน สารคัดหลั่งทางระบบทางเดินหายใจ เช่น
- การไอ จาม ใกล้กัน
- การสัมผัสน้ำลาย เสมหะ น้ำมูก โดยตรง
- การใช้ของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อน หลอดดูด ขวดน้ำ
เชื้อจะไม่อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน แต่หากอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง เช่น ในบ้านเดียวกัน หรือห้องเรียน ห้องนอนที่อากาศไม่ถ่ายเท จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้สูงมาก

อาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น
ระยะเริ่มต้น: อาการทั่วไป คล้ายไข้หวัด
- ไข้สูง
- เจ็บคอ
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามตัว
- อ่อนเพลีย
ระยะรุนแรง: อาการที่ควรพบแพทย์โดยด่วน
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ: คอแข็ง อาเจียนมาก ซึมลง ไม่รู้สึกตัว
- ติดเชื้อในกระแสเลือด: ผื่นแดงหรือจ้ำเลือด มือเท้าเย็น หนาวสั่น หายใจเร็ว ความดันตก
- ในเด็กเล็ก: ร้องกวนผิดปกติ ไม่กินนม ซึมลง ตอบสนองน้อย
โรคนี้มีการดำเนินเร็วมาก หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันท่วงที อาจเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ผลกระทบรุนแรงที่ควรตระหนัก
1.เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หลังแสดงอาการรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
2.ผู้ที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อรุนแรง มีโอกาสสูงที่จะเผชิญกับผลกระทบระยะยาว เช่น
- สูญเสียแขนหรือขา จากภาวะเนื้อตาย
- สูญเสียการได้ยินจากการอักเสบของเส้นประสาทหู
- ปัญหาด้านการเรียนรู้ ความจำ และพฤติกรรม จากผลกระทบต่อสมอง
- โรคลมชักจากความเสียหายของสมอง
1 ใน 5 ของผู้รอดชีวิตจะมีภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังตลอดชีวิต

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
1.เด็กเล็ก อายุ 2 เดือนขึ้นไป
- ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่พัฒนาเต็มที่
- ติดเชื้อได้ง่าย และมีอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่
2.วัยรุ่นและนักศึกษา
- มักอยู่รวมกันในที่แออัด เช่น หอพัก โรงเรียนประจำ
- พฤติกรรมใกล้ชิดกับเพื่อน (ใช้ของร่วมกัน, ใกล้ชิดทางน้ำลาย) เพิ่มโอกาสรับเชื้อ
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- ผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผู้ป่วย HIV
- ผู้ที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานผิดปกติ
- ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
วิธีป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย
- หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
- หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยในสถานการณ์เสี่ยง
- รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นตามคำแนะนำของแพทย์

วัคซีนโรคไข้กาฬหลังแอ่น มีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีวัคซีน 2 ชนิด ที่สามารถป้องกันสายพันธุ์ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย
1.วัคซีนป้องกันสายพันธุ์ B (MenB)
- พบได้บ่อยในไทย
- เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป
- แนะนำสำหรับเด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศในพื้นที่เสี่ยง
- ต้องฉีดตามโปรแกรม 2-3 เข็ม แล้วแต่ชนิดของวัคซีน
2.วัคซีนป้องกันสายพันธุ์ A, C, W, Y
- เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 เดือนขึ้นไป
- เหมาะสำหรับวัยรุ่น นักศึกษา และผู้ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น หอพัก โรงเรียนประจำ
- มีการแนะนำให้ฉีดในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร
วัคซีนทั้งสองชนิดไม่สามารถทดแทนกันได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนอย่างเหมาะสม
รู้ไว! รีบรักษา คือโอกาสรอดของชีวิต
หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ต้องรีบรักษาทันทีในโรงพยาบาล โดยให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดและดูแลอย่างใกล้ชิด
การรู้เท่าทันโรค สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และป้องกันให้ถูกวิธี โดยเฉพาะ การฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็ก คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยง และปกป้องลูกน้อยจากภัยเงียบที่อันตรายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แพ็กเกจแนะนำ
แพ็กเกจสุขภาพฉลองครบรอบ 33 ปี Anniversary of Heartfelt Care
แพ็กเกจคลอด 2569 กิจกรรมคุณแม่คุณภาพ
โปรแกรมตรวจประเมินพัฒนาการเด็ก
โปรแกรมตรวจ MRI 3 TESLA
แพ็กเกจ ตรวจเช็กสุขภาพกระดูก และฉีดยารักษากระดูกพรุน
แพ็กเกจ ตรวจฟัน เคลือบฟลูออไรด์ สำหรับเด็ก
โปรแกรมตรวจรักษาริดสีดวงทวาร(เบื้องต้น)
แพ็กเกจทำฟันสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
โปรแกรมตรวจ Holter Monitoring
แพ็กเกจ เจลสเปรย์ไวรัส HPV
แพ็กเกจ ตรวจคัดกรองอาการบ้านหมุน ได้ยินไม่ชัด
โปรแกรม ตรวจปากมดลูกด้วยการส่องกล้อง Colposcopy
แพ็กเกจ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV (สำหรับเด็ก)
โปรแกรมตรวจสุขภาพเด็ก Check-up Program
บริการทันตกรรมสิทธิ์ประกันสังคม (ไม่ต้องสำรองจ่าย)
บัตรสมาชิก Smart Life Card
โปรแกรม นวดเปิดท่อน้ำนมและอัลตร้าซาวด์
แพ็กเกจวัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
โปรแกรมตรวจวินิจฉัยสารก่อภูมิแพ้ ImmunoCAP
แพ็กเกจ ฝากครรภ์คุณภาพ
บทความสุขภาพอื่นๆ
โรคเรื้อรัง (NCDs) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันภัยเงียบที่คุกคามคนไทย
การตรวจหัวใจด้วย MRI : เปิดโลกการตรวจหัวใจด้วยเทคโนโลยี สนามแม่เหล็ก 3T
โรคหัวใจ รักษาหายไหม? คำตอบที่ควรรู้ ก่อนเริ่มดูแลหัวใจอย่างจริงจัง
เมื่อไหร่ควรทำ CT และเมื่อไหร่ที่ MRI คือคำตอบสำหรับโรคหัวใจของคุณ
พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ …เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ ตั้งแต่วัยแรกเกิด
รู้จัก MRI 3.0 Tesla และดีกว่า 1.5 อย่างไร?
หัวใจล้มเหลว ภาวะที่หัวใจทำงานหนักเกินไป
ปวดหัวเรื้อรัง ตรวจด้วย MRI 3 Tesla ช่วยวินิจฉัยอะไรได้บ้าง?
ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบสู่โรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) ภัยเงียบที่อันตรายถึงชีวิต รู้ทัน สังเกตเร็ว รักษาไว ช่วยชีวิตได้
ปวดหลังเรื้อรัง จากออฟฟิศซินโดรม: เมื่อไหร่ที่ต้องผ่าตัด?
ลูกไอแบบไหนอันตราย ? วิธีสังเกตอาการไอของเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้
ปอดอักเสบในเด็ก ช่วงหน้าหนาว : สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้
ภัยเงียบ ไมเกรน : วิธีรับมือและเมื่อไหร่ที่คุณต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง
โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ภัยร้ายของคนวัยทำงาน
ไขข้อสงสัย : ฉีดสีหัวใจ คืออะไร?
โรคโปลิโอ (Polio) โรคติดเชื้อไวรัสที่ยังไม่ควรมองข้าม
Holter Monitor ตรวจหาความผิดปกติของหัวใจได้อย่างไร
ปรับพฤติกรรมเพื่อหัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
RSV ภัยเงียบในเด็กเล็ก ป้องกันได้!
VDO ความรู้สุขภาพ
ภาวะอาหารติดคอในทารก…รู้วิธีช่วยเหลือ เท่ากับเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ลูกน้อย
ภาวะอาหารติดคอในผู้ใหญ่…อันตรายกว่าที่คิด
Health Talk by KIH EP.1 เมื่อจมูกไม่ทน…คุยกับหมอภูมิแพ้
ความแตกต่างของ hMPV และ RSV
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – EP.20 โฟลิก สารอาหารที่สำคัญสำหรับคนท้อง
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.19 อาการปวดหัวช่วงตั้งครรภ์…แก้อย่างไรดี?
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.18 ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้มั้ย?
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.17 ลูกในครรภ์น้ำหนักตกเกณฑ์ กังวลมากเลย
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.16 คุณแม่ตั้งครรภ์ท้องผูกมาก แก้ยังไงดี?
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.15 ใครเสี่ยงบ้าง? ภาวะครรภ์เป็นพิษขณะตั้งครรภ์
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.14 ฟิต&เฟิร์ม สไตล์คุณแม่มือใหม่
คำแนะนำสำหรับการให้นมแม่ในทารกที่ได้รับการวินิจฉัย “แพ้” นมวัว
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่า ข้อไหล่ ดีอย่างไร?
การตรวจวิเคราะห์แรงกดใต้ฝ่าเท้า คืออะไร?
ดูแลลูกอย่างไร? เมื่อเป็นไข้หวัดหน้าร้อน
ฉีดสีท่อนำไข่ แก้ปัญหามีบุตรยาก มีขั้นตอนและการเตรียมตัวอย่างไร?
กระดูกสันหลังเสื่อม-ทรุด ส่งผลร้ายต่อการดำเนินชีวิต
งูสวัด ลดความรุนแรงและโอกาสเกิดซ้ำได้ ด้วยการฉีดวัคซีน
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.13 ไอโอดีน สำคัญกับหญิงตั้งครรภ์อย่างไร?
ว่าที่คุณแม่มือใหม่ – Ep.12 เครื่องฟังเสียงหัวใจทารกในครรภ์ จำเป็นไหม?
บทความโดย

นายแพทย์ ฐากูร วิริยะชัย
แพทย์เฉพาะทาง กุมารเวชกรรม-โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม/นัดหมาย
แผนกกุมารเวช ชั้น 3
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์
โทร. 02-594-0020 ต่อ 1310 , 1311


