โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่พบได้บ่อยในคนไทย และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลก หลายคนอาจเริ่มจากอาการเล็กๆ เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือแน่นหน้าอกเวลาเดิน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายได้
บทความนี้จะพาไปรู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจ อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง รวมถึงวิธีป้องกันและแนวทางการรักษา
โรคหลอดเลือดหัวใจ คืออะไร?
โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) คือ ภาวะที่หลอดเลือดแดงที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบ แคบ หรืออุดตัน จากการสะสมของไขมัน หินปูน และคราบพลัคภายในผนังหลอดเลือด
เมื่อเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย และอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้
อาการ โรคหลอดเลือดหัวใจ
อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจอาจแตกต่างกันในแต่ละคน โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
- เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีอะไรมากดทับ
- เจ็บหน้าอกขณะเดิน ออกแรง หรือเครียด
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- หายใจไม่อิ่ม
- เจ็บร้าวไปแขนซ้าย คอ หลัง หรือกราม
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
หากมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงต่อเนื่องนานเกิน 20 นาที ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
สาเหตุของ โรคหลอดเลือดหัวใจ
สาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ การสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบและเลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่
- ไขมันในเลือดสูง
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- สูบบุหรี่
- โรคอ้วน
- ขาดการออกกำลังกาย
- ความเครียดสะสม
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ระยะของ โรคหลอดเลือดหัวใจ
1. ระยะเริ่มต้น
เริ่มมีการสะสมไขมันในหลอดเลือด แต่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน
2. ระยะหลอดเลือดตีบ
เริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาออกแรง
3. ระยะหัวใจขาดเลือด
เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ แม้ในขณะพัก อาการจะรุนแรงขึ้น
4. ระยะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
หลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน เสี่ยงหัวใจวายและเสียชีวิต จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
วิธีป้องกัน โรคหลอดเลือดหัวใจ
แม้โรคหลอดเลือดหัวใจจะเป็นโรคที่อันตราย แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
- เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ลดอาหารมัน หวาน และเค็ม
- ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- งดสูบบุหรี่
- ควบคุมน้ำหนัก
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพประจำปี
การตรวจวินิจฉัย โรคหลอดเลือดหัวใจ
แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย
- อัลตราซาวด์หัวใจ
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ (CT Coronary Artery)
- ฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ
การตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
โรคหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันได้ หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้
โรคหลอดเลือดหัวใจอาจเริ่มจากอาการเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่หากรู้ทันอาการและเข้ารับการตรวจรักษาเร็ว ก็สามารถลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายได้
หากคุณมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจหัวใจอย่างเหมาะสม


