ข่าวสาร

บี มาย เกสท์ : พญ.พรลักษณ์ - พรสุดา หาญพาณิชย์ สองผู้บริหารคลื่นลูกใหม่เครือเกษมราษฎร์

บี มาย เกสท์ : พญ.พรลักษณ์ - พรสุดา หาญพาณิชย์ สองผู้บริหารคลื่นลูกใหม่เครือเกษมราษฎร์

“โรงพยาบาลเกษมราษฎร์” ขึ้นแท่นเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศด้วยฝีมือการปลุกปั้นของ รศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH และ ผศ.พญ.สมพร หาญพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCH ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่หยุดยั้งที่จะขยายธุรกิจบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมคนไทยทุกกลุ่ม ซึ่งไม่เพียงแต่ลูกชายคนกลาง“กันตพร” ที่เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจ แต่ยังมีสองลูกสาวสุดรัก พญ.พรลักษณ์ และ พรสุดา หาญพาณิชย์ เข้าเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์

 

พญ.พรลักษณ์ หาญพาณิชย์ ลูกสาวคนโต จบจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่งเก้าอี้ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ส่วนลูกสาวคนเล็ก พรสุดา หาญพาณิชย์ จบปริญญาโททางด้านบริหาร จากประเทศสิงคโปร์ มารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบบัญชีและการเงิน และรองประธานฝ่ายจัดซื้อกลาง บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

 

พญ.พรลักษณ์ หรือ หมอส้ม วัย 33 ปี เล่าว่า หลังเรียนจบก็เข้ามาทำงานในธุรกิจของครอบครัวทันที “ในช่วงปีแรกต้องทำสองหน้าที่ไปพร้อมๆ กัน คือออกตรวจรักษาคนไข้ เพราะอยากให้ความรู้ที่เรียนมาในการดูแลผู้ป่วย และทำงานด้านบริหารไปด้วย แต่พอทำไปได้สักระยะหนึ่งมันบาลานซ์เวลาได้ยาก จึงต้องเลือกที่จะมาทำงานด้านบริหารอย่างเต็มตัว เพราะงานที่รับผิดชอบคือ การควบคุมดูแลคุณภาพของโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล ยา ไปจนถึงห้องแล็บเพื่อให้การบริการออกมามีคุณภาพที่สุด”

 

ส่วน พรสุดา หรือ ลูกปลา ลูกสาวคนสุดท้อง วัย 29 ปี ก็ไม่ต่างกับพี่สาวที่เรียนจบแล้วก็เข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลทันที “มันค่อนข้างกดดันเหมือนกันค่ะ เพราะจะมีคนจับจ้องเราอยู่ เข้ามาก็มาดูแลฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งธุรกิจโรงพยาบาลมันไม่เหมือนธุรกิจบริการอื่น มันไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์สำนักงานทั่วๆ ไป การซื้อเครื่องมือแพทย์แต่ละชิ้นไม่ใช่ว่าราคาไหนโอเคสุดแล้วซื้อได้ ทำให้ปลาต้องศึกษารายละเอียดทุกอย่างของเครื่องมือแพทย์ยาแต่ละตัว ซึ่งค่อนข้างยากที่จะต้องทำความรู้และมีความเข้าใจต่อสิ่งที่เราจะตัดสินใจอย่างถ้วนถี่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารให้มาดูแลเรื่องการเงินของธุรกิจในเครือทั้งหมดค่ะ”

 

ปัจจุบัน บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอลจำกัด (มหาชน) แบ่งออกเป็น 3 แบรนด์ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมและลูกค้าต่างประเทศ, กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เป็นกลุ่มลูกค้าฐานกลาง และกลุ่มโรงพยาบาลการุญเวชจะให้บริการกลุ่มลูกค้าประกันสังคมเป็นหลัก รวมทั้ง 3 แบรนด์ทั้งสิ้น 11 โรงพยาบาล ซึ่งเรียกว่าครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ

 

ในการทำงานของสองสาวพี่น้องสุดซี้ ซึ่งมีคุณพ่อ นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ เป็นแบบอย่าง เผยถึงหลักในการทำงานของแต่ละคน โดย หมอส้ม-พญ.พรลักษณ์ บอกว่า “สิ่งที่เห็นจากการทำงานของคุณพ่อ คือความขยันค่ะ เพราะถ้าเราขยันเราจะนำหน้าคนอื่นๆ ไปแล้วหนึ่งก้าว นอกจากนี้ คือการพร้อมที่จะเรียนรู้ หมอจะเตือนตัวเองเสมอว่าทุกวันคือการเรียนรู้ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เพราะว่าเราไม่ได้เก่งในทุกๆ เรื่อง จึงต้องเรียนรู้จากผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ และนำความรู้นั้นมาปรับใช้ในการทำงานหรือการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไม่ใช่แค่การเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่าหรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แม้แต่กับผู้ใต้บังคับบัญชาของเราเองก็สามารถที่จะเรียนรู้จากเขาได้ การรับฟังความคิดเห็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงานให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายไปด้วยค่ะ”

 

ขณะที่ ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบบัญชีและการเงิน และรองประธานฝ่ายจัดซื้อกลาง แห่ง BCH พรสุดา บอกว่า “หลักในการทำงานของปลา คือ จะฟังให้มากๆ อย่าคิดว่าตัวเองเรียนจบมาตรงสายแล้วจะรู้ทุกอย่าง เพราะว่าความรู้ที่เรียนจากมหาวิทยาลัย พอเข้าสู่การทำงานจริงๆ มันไม่สามารถนำมาใช้กับโรงพยาบาลได้หมด ความรู้จากมหาวิทยาลัยเป็นเพียงพื้นฐานเพราะธุรกิจแต่ละธุรกิจก็จะมีมุมของมัน ดังนั้น เราต้องเรียนรู้จากคนที่อยู่มาก่อน ฟังจากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า และหาทางมาปรับใช้ให้ตรงกับงานของเรามากที่สุดค่ะ”

 

ด้วยวัยที่ไม่ห่างกันมากนัก และเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่เข้ามาสานต่อให้ธุรกิจในเครือ BCH ให้ก้าวหน้า พญ.พรลักษณ์ เผยถึงการทำงานร่วมกันระหว่างพี่น้อง

 

“ตั้งแต่เด็กเราก็เป็นพี่น้องที่ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ยิ่งเป็นผู้หญิงก็จะมีความมุ้งมิ้งของพี่สาวน้องสาว พอมาทำงานที่เป็นธุรกิจครอบครัว มันก็เหมือนกับว่าเราทำงานกับคนที่เราไว้วางใจได้ เพราะแต่ละคนก็ดูแลงานกันคนละส่วน แต่ว่ามันต้องขับเคลื่อนซึ่งกันและกัน ดังนั้น เวลาที่เรามีอะไร เราก็จะคุยกัน ปรึกษากัน ช่วยเหลือกัน เพราะเรื่องบางเรื่องเราอาจจะไม่สามารถพูดได้กับทุกคน แต่พอเป็นพี่น้องก็จะสามารถพูดกันได้แบบเปิดอก แน่นอนว่าในการทำงานมันก็ย่อมมีบ้างในส่วนที่เราคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องมานั่งถกกันถึงข้อดี ข้อเสีย เพื่อหาจุดร่วมที่จะยอมรับได้ ทั้งนี้ ก็เพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจ เพราะเราสามพี่น้องต่างก็อยากทำให้สิ่งที่คุณพ่อสร้างไว้ให้เติบโตก้าวหน้าในรุ่นของเรา มากไปกว่านั้นคือ การทำให้โรงพยาบาลในเครือ BCH ทั้งหมด เป็นผู้นำในธุรกิจการบริการด้านสุขภาพทั้งในประเทศและในภูมิภาค เป็นโรงพยาบาลที่หนึ่งในใจของทุกๆ คน”

 

ถ้าเปรียบเป็นการจัดกองทัพ ก็ต้องบอกว่า กองทัพ BCH นี้มีแม่ทัพครบทุกด้าน ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจโรงพยาบาลของประเทศที่เราจะได้เห็นในไม่ช้าอย่างแน่นอน

 

Cr.แนวหน้า online

 


ข่าวสารอื่นๆ