บทความเพื่อสุขภาพ

ท้องตอนอายุมาก เสี่ยงอย่างไร

ปัจจุบันหนุ่มสาวยุคใหม่มีแนวโน้มแต่งงานช้า หรือแต่งงานตอนมีอายุมากขึ้น ทำให้ปัญหาที่ตามมาคือการมีลูกตอนอายุมาก อาจส่งผลให้มีบุตรยาก หรือมีปัญหาด้านอื่นๆ ซึ่งหากตั้งครรภ์ตอนอายุมากแล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไรจึงจะปลอดภัย

มีลูกตอนอายุมากเสี่ยงแค่ไหน

เมื่ออายุมากขึ้นเซลล์ไข่ของผู้หญิงจะมีโอกาสเสื่อมสภาพลง (Programmed Cell Dead) หรือค่อย ๆ ฝ่อตัวลงไปตามอายุที่มากขึ้น ทำให้จำนวนไข่ หรือคุณภาพของไข่ที่ออกมาลดลง ส่งผลให้มีโอกาสเกิดการปฏิสนธิกับอสุจิได้น้อยลงตามไปด้วย และหากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ตัวอ่อนที่เกิดจากการปฏิสนธินั้นอาจเสี่ยงต่อการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ ตัวอ่อนอาจไม่ฝังตัวเพิ่มโอกาสแท้งลูกสูง รวมถึงอาจมีความเสี่ยงเรื่องโรคแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ต่าง ๆ เช่น เบาหวาน คลอดก่อนกำหนด และครรภ์เป็นพิษ เป็นต้น

 

โรคทางพันธุกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • ดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) เกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 ตัว ตัวอ่อนจึงเกิดความบกพร่องทางสติปัญญา และจะมีรูปร่างหน้าตาที่ผิดปกติ เช่น ตัวเตี้ย ศีรษะเล็ก ตาเฉียงขึ้น ดั้งจมูกแบน ใบหูเล็ก และต่ำ เป็นต้น โดยหญิงที่ตั้งครรภ์ตอนมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปมีโอกาสที่ลูกจะเป็นดาวน์ซินโดรมค่อนข้างมาก ( 1 ใน 350 ) หากยิ่งตั้งครรภ์อายุมากขึ้นก็จะยิ่งมีความมีความเสี่ยงสูงมากขึ้น
     
  • ธาลัสซีเมีย ( Thalassemia)  เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมที่เกิดจากเม็ดเลือดผิดปกติ ทำให้เม็ดเลือดแดงอายุสั้น เปราะ แตก และถูกทำลายง่าย ส่งผลให้ลูกมีอาการตัวซีด ตัวเหลือง ตาเหลือง และอาจเกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ

ภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่และลูกน้อย

นอกจากความผิดปกติเกี่ยวกับโครโมโซมแล้วยังมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นคุณแม่และลูกน้อยได้ด้วย ดังนี้

  • เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากในช่วงตั้งท้อง ร่างกายจะนำอินซูลินไปใช้ได้ไม่เต็มที่จึงอาจทำให้ระบบควบคุมน้ำตาลในเลือดผิดปกติจนเกิดโรคเบาหวานตามมา
     
  • ครรภ์เป็นพิษ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมากจะเสี่ยงต่อการเป็นความดันโลหิตสูงร่วมกับการเกิดภาวะโปรตีนสูงในปัสสาวะ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้เกิดภาวะอันตรายกับคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้
     
  • ท้องนอกมดลูก เป็นการตั้งครรภ์ผิดปกติที่ตัวอ่อนฝังตัวนอกโพรงมดลูก ตัวอ่อนจึงไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ซึ่งอาจมีผลเสียต่อท่อนำไข่และอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis) วิธีการตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์

เป็นวิธีการตรวจ โดยจะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปเพื่อดูดน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มทารก แล้วนำมาตรวจหาความผิดปกติ โดยจะสามารถตรวจโรคต่าง ๆ รวมถึงปัญหาในการตั้งครรภ์ได้ ดังนี้

  • โรคที่เกี่ยวข้องกับโครโมโซม เช่น ดาวน์ซินโดรม , พาทัวซินโดรม (Patua syndrome = โครโมโซมคู่ที่13 เกิน )เทอเนอร์ซินโดรม (Turner syndrome = โครโมโซมเพศค่าผิดปกติ XO ) ,  เอ็ดเวิร์ดซินโดรม (Edward's Syndrome = โครโมโซม คู่ที่ 18  เกิน) เป็นต้น 
  • โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น 
  • ปัญหาในการตั้งครรภ์ สามารถตรวจดูความแข็งแรงของครรภ์ และความเสี่ยงอื่น ๆ ได้

ตั้งครรภ์ตอนอายุมากควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ รวมถึงเข้ารับการตรวจสุขภาพ และตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 8-10 ชั่วโมง และหาเวลางีบพักในช่วงบ่ายอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือทำกิจกรรมที่ใช้กำลังมาก
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ หรือน้ำอัดลม
  • ควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีวิตามินโฟลิก เช่น ผักโขม ตับ ข้าวซ้อมมือ นม ไข่ เพราะมีส่วนช่วยต่อระบบโครงสร้างสมองของทารก และลดความพิการทางสมองได้

การตั้งครรภ์สำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีนั้นเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงจึงต้องฝากครรภ์ และหมั่นพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อแม่และลูกนั่นเอง


บทความโดย : แพทย์หญิงชลธิดา เอี่ยมสำอาง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวช

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ Kasemrad Call Center 1218 กด 2 ต่อ 1320 , 1321 (แผนกสุขภาพสตรี)


แพ็คเกจ&โปรโมชั่น