บทความเพื่อสุขภาพ

ภูมิแพ้..ต้องไม่แพ้ด้วย “วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดอมใต้ลิ้น”

          ปัจจุบันวัคซีนภูมิแพ้มี 2 ชนิด ชนิดแรก คือ ชนิดฉีดใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งผลิตมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มนุษย์แพ้ เช่น ไรฝุ่น เกสรหญ้า แมลงสาบ ขนสุนัข ขนแมว วัคซีนชนิดนี้จะฉีดให้ผู้ป่วยในปริมาณจากน้อยไปมาก ในระยะแรกจะฉีดทุกสัปดาห์ จากนั้นเป็นทุก 1 เดือน เป็นระยะเวลา 3-5 ปี ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะมีประสิทธิภาพดี แต่ยากในการที่ทำให้ผู้ป่วยมารักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเกิดผลข้างเคียงคือ เจ็บบวมคันบริเวณที่ฉีด และมีรายงานว่ามีการแพ้รุนแรงได้มากกว่า ชนิดที่สองคือวัคซีนชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น


        วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น เป็นการรักษาแบบใหม่ที่เข้ามาแก้ไขปัญหาวัคซีนแบบฉีดใต้ชั้นผิวหนังแบบเดิม ทำให้ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อย ผลข้างเคียงน้อยและเกิดการแพ้รุนแรงวัคซีนน้อยมาก ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในเด็กและผู้ใหญ่ว่า สามารถลดอาการภูมิแพ้จมูกอักเสบ ภูมิแพ้เยื่อบุตาและโรคหอบหืดที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ได้ และยังสามารถลดการใช้ยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เดิมได้ด้วย


       วัคซีนภูมิแพ้ชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ชนิด ที่ได้ขึ้นทะเบียนยา โดยที่ 3 ชนิดผลิตมาจากเกสรหญ้า ซึ่งเป็นหญ้าที่อยู่ในแถบอเมริกา ยุโรป และ 1 ชนิด ที่สำคัญคือ ผลิตมาจากไรฝุ่นบ้านสองสายพันธุ์ Dermatophagoides pteronysinus และ Dermatophagoides farina ซึ่งผ่านการอนุมัติและขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 โดยในประเทศไทยนั้นมีการศึกษาพบว่า สารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบและโรคหอบหืดที่พบมากที่สุดคือ ไรฝุ่น จึงได้นำวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้นเข้ามาใช้เพียงชนิดเดียว

วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดสำหรับอมใต้ลิ้น ใช้กับใครได้บ้าง
1.ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ หรือภูมิแพ้เยื่อบุตา ที่มีอายุ 12-65 ปี และได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าแพ้ไรฝุ่นบ้าน
2.ผู้ป่วยโรคหอบหืด อายุ 18-65 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าแพ้ไรฝุ่นบ้าน

ก่อนที่จะเริ่มวัคซีนต้องทำอย่างไร
พบแพทย์เพื่อทำการตรวจว่าแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดไรฝุ่นหรือไม่ โดยการสะกิดผิว (Skin prick test) หรือตรวจเลือด (Specific IgE) หากพบว่าแพ้ไรฝุ่นจึงจะสามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีน
หากใช้วัคซีนต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี หลังจากการหยุดการรักษาแล้ว จะทำให้ควบคุมอาการและสามารถทนต่อสารก่อภูมิแพ้นั้นได้อย่างน้อย 2-3 ปี แต่ผลระยะยาวนานกว่านี้ต้องมีการศึกษาต่อไป

วัคซีนมีวิธีใช้อย่างไร
อมใต้ลิ้น 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ขณะอมวัคซีนจะต้องไม่กลืนนํ้าลายอย่างน้อย 1 นาที ในระหว่างที่รอเม็ดวัคซีนละลาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มอย่างน้อย 5 นาที หลังอมวัคซีน  

         การใช้วัคซีนครั้งแรกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยใช้วัคซีนและสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือไม่ หากผู้ป่วยไม่มีอาการแพ้รุนแรงสามารถนำวัคซีนกลับไปใช้ต่อเองที่บ้านได้
หากลืมอมวัคซีน สามารถอมวัคซีนทันทีที่นึกได้ในวันนั้น แต่ถ้าอมวัคซีนไม่ทันในวันนั้น สามารถอมต่อในขนาด 1 เม็ด ปกติ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดวัคซีนในวันถัดไป อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยลืมหรือมีความจำเป็นต้องหยุดวัคซีนนานเกิน 7 วัน ต้องกลับไปพบแพทย์และใช้วัคซีนภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางภูมิแพ้ที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการแพ้รุนแรง เช่นเดียวกับการเริ่มใช้วัคซีนครั้งแรก


ระยะเวลารักษานานเท่าไร และจะเริ่มเห็นผลเมื่อไร
ใช้ต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานาน อย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในการรักษา และจะเริ่มเห็นผลเมื่อระยะเวลาผ่านไป 8-14 สัปดาห์

ผลข้างเคียงสำคัญของวัคซีน
1.รู้สึกคันในปาก ลิ้น ช่องคอ หรือ หู โดยมักมีอาการภายใน 30-60 นาที หลังใช้วัคซีน
2.มีอาการบวมแดง แสบร้อน ริมฝีปาก ลิ้น ช่องคอ
3.รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม หรือชา ภายในช่องปากหรือลิ้น
4.เสียงแหบ ปากแห้ง กลืนลำบาก การรับรสเปลี่ยนไป
5.คันตา รู้สึกไม่สบายในช่องหู จมูก คัดจมูก นํ้ามูกไหล จาม หอบหืด

        หากมีอาการเหล่านี้ ให้รอดูอาการ ส่วนใหญ่อาการมักจะหายไปภายใน 2-3 วัน หรือใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้หากมีอาการหอบหืดแย่ลง แพ้รุนแรง กลืนลำบาก หายใจลำบาก เสียงเปลี่ยน รู้สึกจุกแน่นที่คอ บวมบริเวณใบหน้า ช่องปาก หรือมีอาการลมพิษและคันที่ผิวหนัง ต้องหยุดวัคซีน และให้รับประทานยาแก้แพ้ จากนั้นรีบไปพบแพทย์ทันที

ใครที่ห้ามใช้วัคซีนชนิดนี้
1.ผู้ป่วยที่เคยแพ้วัคซีนนี้หรือส่วนประกอบในวัคซีนนี้ เช่น เจลาตินจากปลา แมนนิทอล และโซเดียมไฮดรอกไซด์
2.เคยเป็นหอบรุนแรงใน 3 เดือนก่อนหน้านี้
3.กำลังกินยากดภูมิคุ้มกันหรือยารักษามะเร็ง
4.เพิ่งถอนฟัน ผ่าตัดในช่องปาก มีแผลในช่องปาก หรือมีอาการติดเชื้อในปาก

สามารถซื้อวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นมาใช้เองได้หรือไม่
       วัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดเม็ดอมใต้ลิ้นถูกจัดอยู่ในประเภทยาควบคุมพิเศษ อนุญาตให้ใช้ในสถานพยาบาลเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นชนิดอมใต้ลิ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจที่มีประสิทธิภาพดีและผลข้างเคียงตํ่า อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิธีนี้ยังคงต้องรักษาควบคู่ไปกับการใช้ยาเดิมตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่องในระยะแรก แล้วจึงจะสามารถลดยาเดิมลงได้ ทั้งนี้หัวใจสำคัญ ในการรักษาโรคภูมิแพ้ยังคงเป็นการใช้ยาต่อเนื่องควบคู่ไปกับการหลีกเลี่ยงและกำจัดสิ่งก่อภูมิแพ้ ออกกำลังกายสมํ่าเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย


บทความโดย แพทย์หญิงสิริพร วงศ์วารี แพทย์ผู้ชำนาญการด้านกุมารเวชกรรม-ภูมิแพ้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ Kasemrad Call Center 1218 กด 2 ต่อ 1310 , 1311 (แผนกกุมารเวช)


แพ็คเกจ&โปรโมชั่น